กระแสกำลังมากรมวิชาการเกษตรโชว์ของใหม่ ผลิต ‘พลูคาว’ ปลอดโรค ใช้ผลิตสารสำคัญเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

14 ม.ค. 2565 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กระแสกำลังมากรมวิชาการเกษตรโชว์ของใหม่ ผลิต ‘พลูคาว’ ปลอดโรค ใช้ผลิตสารสำคัญเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

กรมวิชาการเกษตร โชว์เทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผลิตต้นพลูคาวปลอดโรค ไร้สารพิษ ผลิตได้จำนวนมากภาย ใช้เวลาน้อย พร้อมวิจัยใช้สารกระตุ้นเพิ่มปริมาณ 2 สารสำคัญใช้ประโยชน์ในวงการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เผยทดสอบปลูกต้นพลูคาวปลอดเชื้อในระบบไฮโดรโปนิกส์พบต้นโตเร็ว มีคุณภาพ ปราศจากโรค สร้างรายได้ให้เกษตรกรผลิตต้นพลูคาวได้ยาวตลอดปี

นางปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันพืชสมุนไพรเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากพืชสมุนไพรหลายชนิดมีสารสำคัญสามารถรักษาโรคบางชนิดได้

นอกจานี้ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สมุนไพลพลูคาว สมุนไพรที่ประเทศต่างๆ นำไปใช้รักษาโรคและเป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ส่วนในประเทศไทย มีการใช้สมุนไพรพลูคาวเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นสารต้านมะเร็ง รักษาภูมิแพ้ เบาหวาน และใช้เป็นยาต้านการอักเสบ

นางปิยรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ยังได้พัฒนาขั้นตอนการเพิ่มการผลิตสารสำคัญสารเคอร์ซิตรินและรูตินในพลูคาว 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์ใบเขียวกับพันธุ์ก้านม่วง ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้มักนิยมใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จึงทำให้สารสำคัญทั้ง 2 ชนิดนี้

ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ว่าพลูคาวจะสามารถสังเคราะห์สารเคอร์ซิตรินและรูตินได้เองตามธรรมชาติแต่พบว่าจะมีปริมาณการผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ บางครั้งจะได้สารในปริมาณที่น้อยมาก เนื่องจากปริมาณสารพฤกษ์เคมีหรือสารสำคัญในพืชมักแปรผันตามสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่เพาะปลูก แต่จากงานวิจัยของ นางสาววรารัตน์ ศรีประพัฒน์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ พบว่า

“การใช้สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองในพืชนั้นสามารถกระตุ้นให้พลูคาวสามารถเพิ่มการผลิตสารเคอร์ซิตรินในพลูคาวได้ถึง 3 เท่า และสามารถเพิ่มการผลิตสารรูตินในพลูคาวได้ถึง 1.6 เท่า ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้รับสารกระตุ้น ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในการผลิตสารสำคัญจากพืชในเชิงพาณิชย์ต่อไป”

ขอบคุณข้อมูล
https://www.thaipr.net/general/3141811

☎️ ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999

🚨 ช่องทำเกษตรอินทรีย์ 👉 https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว

 

ที่มา : เกษตรนิวส์ ข่าวเกษตร

บทความที่เกี่ยวข้อง

กระทบต่อเนื่อง หมูแพงปชช.หันมารับประทานผัก ส่งผล ‘มะละกอ’ ขึ้นราคา คาดฤดูแล้งปีนี้ปลูกได้ยาก-น้ำน้อยโตช้า

นายคณกร ทองสุขนอก เกษตรกร จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดทั้ง 32 อำเภอ มีปลูกมะละกอเพียง 19 อำเภอเท่านั้น ภาพรวมประมาณ 500 ไร่ เพราะในพื้นที่จังหวัดเกษตรกรไม่ได้ปลูกมะละกออย่างจริงจัง แต่เป็นกา

อ่านบทความนี้

นายกฯ ย้ำส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องสถานการณ์ ให้นักลงทุนเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ครั้งที่ 1/2565 (ผ่านระบบ Video Conference) ว่า ความร่วมมือกันทำงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายเรื่องมีความ

อ่านบทความนี้

ข้าวไทยขั้นเทพวว.วิจัยพัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ผสมสารจาก ‘ถั่งเช่า’ เพิ่มมูลค่าสารอาหาร-อัพราคาข้าวไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ขับเคลื่อนนโยบาย BCG พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมและนวัตกรรมอาหารปลอดภัย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโ

อ่านบทความนี้